หงส์ฟอร์มเฉียบ บุกอัด ซัลซ์บวร์ก 2-0 ลิ่ว 16 ทีม แชมเปี้ยนส์ ลีก

การเเข่งขันฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2019-2020 รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย เป็นการพบกันในสายอีระหว่าง เรดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก เปิดรังเหย้า เรดบูลส์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

 

เจสซี มาร์ช กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งต้องคว้าชัยให้ได้เท่านั้น หากหวังจะเข้ารอบ 16 ทีม เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-1-2 โดยใช้ ทาคุมิ มินามิโนะ เล่นหน้าต่ำคอยทำเกมรุกร่วมกับคู่กองหน้าอย่าง ฮวาง ฮี-ชาน และ เออร์ลิง เบราท์ ฮาลันด์

 

ด้านทีมเยือนของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ขอเพียงแค่ไม่พลาดท่าแพ้ ก็จะกรุยทางสู่รอบน็อคเอาต์ทันที โดยวางหมากมาในแผน 4-3-3 นำทัพด้วยสามแนวรุก SMF อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน

 

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรก เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ยังเสมอ ลิเวอร์พูล 0-0

 

ครึ่งหลัง ในนาทีที่ 57 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 เริ่มจาก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เปิดบอลข้ามฟากจากขวามาซ้ายให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จ่ายขึ้นหน้าให้ ซาดิโอ มาเน กระชากเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วเปิดเข้ากลาง นาบี เกอิตา โหม่งเข้าไป

 

แค่นั้นยังไม่พอ นาทีที่ 58 ลิเวอร์พูล หนีเป็น 2-0 จากจังหวะเปิดบอลยาวขึ้นหน้า กองหลังซัลซ์บวร์กโหม่งสกัดไม่ดีมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พาบอลไปแตะหนีผู้รักษาประตูแล้วยิงมุมแคบเข้าไปอย่างเทพ

 

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาชนะ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 13 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มอี ส่วนรองแชมป์กลุ่มได้แก่ นาโปลี ที่เปิดบ้านถล่ม เกงค์ ไป 4-0 ขณะที่ ซัลซ์บวร์ก ได้อันดับ 3 หล่นไปเล่นถ้วยยูโรปาลีก

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

 

ซัลซ์บวร์ก : ซิซาน สตานโควิช – ราสมุส นิสเซ่น คริสเตนเซ่น, เฌอโรม อ็องเกเน่, มักซิมิเลียน วือเบอร์, อันเดรียส อูลเมอร์ – เอน็อค เอ็มเวปู, ซลัตโก้ ยูนูโซวิช (แพ็ตสัน ดาก้า น.68), โดมินิค โซบอสซ์ไล (มาจีด อชิเมรุ น.89) – ทาคูมิ มินามิโนะ – ฮวาง ฮี-ชาน, เออร์ลิง เบราท์ ฮาลันด์ (มาซายะ โอะกุกาวะ น.75)

ลิเวอร์พูล : อลิสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน (โจ โกเมซ น.53), เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า (ดิว็อค โอริกี้ น.87) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (เจมส์ มิลเนอร์ น.75), ซาดิโอ มาเน่

Please follow and like us: